YSL Chapter 01 เรื่องปกติยามเช้า
posted on 03 Apr 2008 22:21 by lee-kim
เช้าวันใหม่ที่แสนปกติ ใช่....ผมหวังว่ามันจะปกติสุขนะ อือ โอ๊ะ! สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผมคาซึกิไง จำกันได้อยู่รึเปล่า? ^o^ ท่านๆ นี่มาแอบดูกิจวัตรผมแต่เช้าเชียว หึหึ ก็จะไม่เช้าได้ยังไงครับ ตอนนี้นาฬิกาบนหัวเตียงผมมันเพิ่งจะหกโมงเช้าเองสภาพผมตอนนี้อย่าให้อธิบายเลยครับ หัวยุ่งกระเซอะกระเซิง ขี้ตาเต็มหน้า แถมไอ่เสื้อกล้ามตัวน้อยๆ ที่ผมใส่นอนมันก็ดันหลุดไปเกยไหล่ ทำไมผมถึงนอนดิ้นอย่างงี้เนี่ย? ช่างมันเถอะ -0- ห๊าววว! ขอตัวไปล้างหน้า แปรงฟัน และอาบน้ำก่อนนะครับ อ๊ะๆ อย่าตามเข้ามานะครับ ถ้ายังไม่อยากเป็นหมีแพนด้าแต่เช้า +55
เอี๊ยด!!! ปึงง ! เอี๊ยด!!!! เอี๊ยด!!! ปึง ! ปึง!
เท้างามๆ ของผมชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณบางอย่าง สัญญาณอะไรน่ะเหรอครับ งั้นผมจะอธิบายให้ท่านฟังละกัน จากที่ท่านได้ยินเสียง ‘เอี๊ยด’ กะ เสียง ‘ปึง’ เสียงเอี๊ยดนั้นก็คือ เสียงเบรค ครับ มันคือเสียงเบรคขณะจอดรถยนต์ แล้วเสียงปึงก็เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเสียงปิดประตูรถ สรุปแล้วเสียงทั้งสองนี้มันเป็นสัญญาณเตือนการเกิดจลาจล ศึกชิงเมะสุดหล่อประจำบ้านผมน่ะสิ O_o!!!!! โอว! ไม่นะ ผมอุตส่าห์นึกว่าวันนี้จะไม่มีแล้วเชียว โธ่ ! ก็วันนี้ผมมีซ้อมเช้า ไม่อยากสายเลยอ่ะ T^T
“วันนี้เท็ตสึกิจะไปวิทยาลัยกับชั้น!!!!” เสียงเคะคนนึงดังแว้ดขึ้นมา
“ไม่นะ วันก่อนนายก็พาเท็ตจังไปแล้วนี่!!! เพราะงั้นวันนี้เท็ตจังต้องไปกับชั้น” เสียงเคะคนที่สองดังขึ้นบ้าง คงกลัวน้อยหน้าขึ้นเสียงสูงซะ 85 เดซิเบล อันตรายต่อหูนะพี่ นะ
“นี่นายเรียกรุ่นพี่เท็ตสึกิว่าเท็ตจังเหรอ?!! จะมากไปแล้วนะ!!” เคะคนที่สามก็แว้ดอย่างไม่ลดละ
โอย หัดเกรงใจคนรอบข้างได้มั่ยค้าบ!!! เสียงพี่ท่านแต่ละคนที่มันก่อให้เกิดมลพิษชะมัด -*- ว่าแล้วผมก็เดินจ้ำอ้าวไปยังห้องตัวก่อเหตุ ผมมีมารยาทนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องเคาะประตูเรียก
“พี่เท็ตสึ!!!! ตื่นยัง?” ตะโกนถามเข้าไปในห้อง แล้วก็ เงียบครับ.... แสดงว่าพี่ท่านยังไม่ตื่น เป็นแบบนี้แทบจะทุกเช้าเลยล่ะครับ แต่ไม่เป็นไรหรอกด้วยความที่มารยาทผู้ดีที่ผมมีอย่างสูงส่ง ทำให้ผมเข้าไปในห้องพี่เท็ตสึอย่างง่ายดายสม่ำเสมอเลยล่ะครับ ^ ^
โครม!!!!!!!
สำเร็จอย่างงดงาม XD +55 เมื่อเท้าน้อยๆ เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว40 เมตร/วินาที ปะทะกับวัตถุขวางกั้นความหนาประมาณ 4 เซนติเมตร ก่อให้เกิดแรงกริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา แต่เมื่อแรงกระทำมากกว่าแรงต้าน ก็ทำให้สิ่งที่เรียกว่า ประตู เปิดออกให้ผมเข้าไป หึหึ พร้อมด้วยเสียงบานประตูที่กระแทกกับพื้น เอ... แต่มันคงกระแทกดังไปหน่อยล่ะมั้ง ผมได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งออกมาจากห้องป๊ะป๋า กะห้องฮิโระด้วย
“อ๋า?” เสียงป๋าโยอุทาน เมื่อมาถึงยังจุดเกิดเสียง “ซ่อมด้วยล่ะคาซึ คราวหลังบอกให้เท็ตสึอย่าลืมเอาเบาะรองไว้หน้าประตูด้วย มันเสียงดัง” พูดเสร็จป๋าก็งัวเงียจากไป
พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติเนาะ
จะว่าไปมันก็ใช่แหละครับ อาทิตย์หนึ่งผมต้องพังประตูห้องพี่เท็ตสึอย่างน้อยก็สามครั้ง บางทีก็ถีบทุกวัน ยกเว้นเสียแต่ว่าพี่เท็ตสึจะตื่นเช้ากว่าผม - -” เฮ้อ ผมก็แอบเบื่อการซ่อมประตูเหมือนกันนะ แต่ถึงผมจะเบื่อการซ่อมประตูแค่ไหน ผมก็ห้ามตัวเองไม่ไหวที่จะต้องถีบประตูเพื่อเข้าไปปลุกพี่เท็ตสึให้ลุกขึ้นมาจัดการกับสงครามขนาดย่อมที่พี่ท่านชอบนำพาให้มาเกิดที่หน้าบ้านน้อยแสนสุข
เอาเถอะครับ พี่ท่านไม่ได้ตั้งใจหรอก ผมรู้....แค่ความหน้าตาดีของพี่ท่านมันดีเกินไปหน่อย
บ้านของท่านผู้อ่านเองการเข้าห้องผู้อื่นแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติใช่มั่ยๆ(หาเสียงสนับเต็มที่)
“คาซึจัง” ฮิโรกิ น้องสุดที่รักของผมพูดขึ้น เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพี่เท็ตสึกิที่ผมยืนอยู่กะลังเตรียมตัวเข้าไปปลุกท่านพี่ ฮิโระมาในชุดนอนหลวมโพรกพราก พร้อมกับกอดตุ๊กตาหมี ใบหน้าหวานยังแสดงสีหน้างัวเงียเล็กน้อย โหย...น่ากด เอ๊ย!! น่ารักจริงๆ น้องพี่ >///<!
ฮิโระเดินเข้าไปดูประตูที่กองอยู่กับพื้นแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผมตาแป๋วแล้วพูดว่า
“ผมว่าเปลี่ยนน็อตประตูด้วยก็ดีนะ อันนี้มันคงหลวมแล้ว”
“อื้อ....^ ^” ผมพยักหน้าตอบรับสั้นๆ ฮิโระยิ้มให้ผมนิดนึง ก่อนเดินหาวหวอดกลับห้อง โอวว เหมือนยิ้มของนางฟ้าน้อยๆ เลยอ่ะ เฮ้ย! ผมมัวแต่คิดอะไรฟุ้งซ่าน ภารกิจของผมยังไม่บรรลุ ดูดิ๊ ขนาดป๊ะป๋ากะฮิโระยังตื่นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูอันแสนสุภาพของผม แต่พี่ชายตัวดีมันยังหลับอุตุไม่รู้เรื่องอีก!!!
“พี่เท็ตสึ.....” เริ่มเรียกเบาๆ ก่อนครับ “ไอ่คุณพี่เท็ตสึ!!! ตื่นได้แล้วโว้ย!!!” ผมแผดเสียงที่คิดว่ามันจะดังพอให้ปลุกพี่ขี้เซาได้ ดูเหมือนจะได้ผล เมื่อพี่แกเริ่มขยับตัว และ...
และคว้าเอวผมลงไปนอนกอด =[]=!!!!!
อ๊าก!!!!! ไอ่พี่เวร แขนล่ำๆ ของพี่ท่านกอดผมแน่นเลย แน่นอนว่าผมเรียนศิลปะการป้องกันตัวมาก็จริง แต่ไม่มีท่าไหนมันสอนเวลาอยู่บนเตียงนี่นา -*- แล้วไอ่รูปร่างพี่ผมมันตัวเท่าๆ กับผมซักที่ไหนเล่า สูงก็ปาไป 180 กว่าๆ เทียบกะผมที่สูงแค่ติ่งหู แล้วยังร่างกายที่ถึกถึนอย่างงี้มันก็มีอยู่วิธีเดียวแหละครับ
“โอ๊ย!!!” เสียงหล่อๆ ของพี่เท็ตสึร้องดังลั่นห้องเลย โด่...คิดดูสิ แม้แต่เสียงยังหล่ออ่ะ = =’’
ก็ไม่ให้พี่ท่านร้องได้ไงล่ะ ในเมื่อผม กัด...+55 ใช่ครับ กัด ผมฝังเขี้ยวของผมลงบนแขนที่กอดผมซะแน่น และพอพี่ท่านคลายอ้อมกอดแค่นั้น ผมก็สบจังหวะ ถีบพี่ท่านลงเตียงทันที!!!
“โว่ย!!! ผมไม่ใช่ผู้ชายในฮาเร็ม(?)ของพี่นะ โน่น!!! ข้างล่างโน่น มากันสามสี่คนแล้ว หวังว่าพี่คงจัดการเรียบร้อยก่อนผมออกบ้าน ถ้าวันนี้ผมไปซ้อมเช้าสาย ผมจะเอาไหดองพวกนี้ของพี่ไปทิ้ง!!!”
ได้ยินคำขู่ผม พี่ท่านก็ดูตาสว่างขึ้นทันที รีบเดินไปที่หน้าต่างพร้อมกับชะโงกหน้าออกไป
“ทุกคนคร้าบ!!!” พี่เท็ตสึตะโกนลงไปข้างล่าง เหล่าเดอะเคะทั้งหลายที่กำลังตั้งเค้าจะตีกันชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นพี่ชายผมส่งยิ้มให้เล่นเอาแต่ละคนแทบละลายลงไปกองกับพื้น
“เท็ตสึกิคุง!!!!!โอไฮโย!!!”
เหล่าแฟนคลับพี่เท็ตสึพร้อมใจกับประสานเสียง พี่เท็ตสึยังคงฉีกยิ้มกระชากใจ พร้อมโบกมือให้
“วันนี้เท็ตสึกิจะไปเองครับ ไม่รบกวนทุกคนหรอกครับ เจอกันที่วิทยาลัยนะครับ บ๊ายบาย”
“บ๊าย บาย” เสียงเคะทั้งหลายบอกลาพี่เท็ตสึพร้อมกัน ก่อนสลายม๊อบ ไม่ใช่สิๆ สลายตัว ทำให้ความสงบสุขของหน้าบ้านผมกลับมาอีกครั้ง ทำได้ไงเนี่ย? O_o อือ ยอมรับว่าพี่เท็ตสึนี่แหลเก่งชะมัด เมื่อครู่ยังหน้าตาง่วงนอนสุดฤทธิ์ แต่พอต้องเจอกับเหล่าแฟนคลับก็ปั้นหน้าหล่อได้ภายในหนึ่งวินาที
“แค่นี้ใช่ป่ะ?” พี่เท็ตสึหันมาถามผมที่ยังคงทำหน้าหงุดหงิดอยู่เต็มที่
“ห้ามเอาไหดองพี่ไปทิ้งนะ” ไม่วายย้ำสัญญาครับ
เอ๋? ท่านๆ สงสัยว่าไอ่เจ้าไหดองที่ผมเอามาขู่พี่เท็ตสึนั้นคืออะไรอย่างงั้นเหรอครับ?
ได้ครับๆ ผมจะบอกให้ มันก็คือ ขวดโหล ขวดแก้ว ขวดสารพัดขวดที่พี่เท็ตสึแก....ดองสัตว์ไว้น่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงของพี่ท่าน มีตั้งแต่ นก หนู หมา เม่น งู ฯลฯ โอย สารพัดสัตว์เลยครับ
มีครั้งหนึ่งที่เหล่าสมาคมเดอะเคะของพี่ท่านมาก่อสงครามที่หน้าบ้านตอนวันที่ผมมีนัดกะเพื่อนๆ ทำให้ผมออกจากหน้าบ้านไม่ได้ ด้วยความรำคาญถึงขีดสุดที่พี่ผมทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้จักห้ามทัพซักที ผมเลยคว้าไหดองของพี่แกอันนึง แล้วเฟี้ยงมันลงไปหน้าบ้านจนมันแตกกระจาย สิ่งที่ดองอยู่ในนั้นช่วยไล่เหล่าเคะๆ ไปทันทีทันใด แต่พี่เท็ตสึแกน้ำตาปริ่มเลยล่ะครับ ก็ไหอันที่ผมขว้างลงไปนั้นมันคือ ไหดองตุ๊กแกยักษ์ พันธุ์ไซบีร่า พันธุ์หายากที่พี่เท็ตสึไปขนมาจากเกาะกาลาปากอส พี่แกเลยต้องลงไปเก็บซากตุ๊กแกสุดที่รักมาใส่ไหใหม่ แม้มันจะมีชิ้นส่วนฉีกขาดจากเดิมบ้างก็เหอะ
“รู้น่า ไม่ทิ้งแล้ว คราวหลังพ่อบอกให้เอาเบาะรองหน้าประตูด้วยเสียงมันดังน่ะ”
“แหม....แค่คาซึไม่พังประตูเข้าไปก็สิ้นเรื่อง”
พี่เท็ตสึกิพูดยิ้มๆ อย่างชวนให้เอาเท้าประเคนเข้าปาก ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมันคนรักพี่น้อง….ดังนั้น
เลยแค่ส่งฝ่าเท้าของผมหมายจะให้ใบหน้าหล่อนั่นเป็นรอยช้ำเล็กๆซักหน่อย แต่พี่เท็ตสึไหวตัว ฉากหลบไปอย่างหวุดหวิด
“โวว อารมณ์รุนแรงแต่เช้าเลย คาซึ งั้นพี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ นายเองก็รีบเหอะ ไหนว่ามีซ้อมเช้าไง ถ้าสายคราวนี้ไม่เกี่ยวกับพี่แล้วน๊า” พี่เท็ตสึบอกพร้อมกับโบกมือไล่ อืม พูดอะไรเข้าหูหน่อย งั้นผมคงต้องรีบแล้วล่ะ เดี๋ยวไปซ้อมเช้าไม่ทัน (ลัลล๊าวิ่งกลับเข้าห้องอย่างรวดเร็ว)
เวลาหกโมงครึ่งผมก็แต่งตัวเรียบร้อย แน่นอนว่าทำอาหารเช้าเผื่อแผ่ทุกคนเรียบร้อยเช่นกัน ก็มันเป็นเวรนี่ครับ เวรทำอาหารเป็นของผมกะคุณพ่อ ซึ่งปกติพ่อท่านก็มักจะอู้อยู่เสมอๆ ดังนั้นก็ต้องเป็นผมแหละครับที่รับหน้าที่นี้อย่างเสียไม่ได้ อ๊ะ ฮิโรกิลงมาแล้ว แต่งตัวชุดนักเรียนลงมาเต็มยศ มองมุมไหนฮิโระก็น่ารักไปหมดเลยล่ะครับ ^///^
“ฮิโระ วันนี้พี่มีซ้อมเช้านะ จะไปพร้อมกันเลยมั่ย?”
ผมถามน้องแสนเลิฟ โดยที่ฮิโระเอียงคออย่างน่ารัก ทำท่าคิดประมาณ 5 วิฯ ก่อนจะตอบออกมา
“ไปฮะ” ตบท้ายด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนหวาน
โอย น้องพี่ อย่าไปยิ้มอย่างนี้ให้ใครบ่อยๆ เชียวนะ ระวังจะโดนจับกดไม่รู้ตัวนะน้อง
“งั้นหกโมงสี่สิบห้าออกบ้านนะ”
“ครับ^ ^”
ผมนั่งลงกินข้าวเช้ากะฮิโรกิอย่างสุขใจ โฮ่ๆๆๆ เช้านี้เป็นอะไรที่มีความสุขอย่างงี้นะ ^w^
กิ่งก่องงงงๆๆ!!!
เสียงกริ่งหน้าบ้านผมดังขึ้น มันทำให้ขนผมลุกเกรียวกราว สัญชาตทะยานบางอย่างมันเตือนผมถึงจังหวะการกดกริ่งอันแสนเคยชิน จังหวะกดกริ่งที่กวนประสาทผมทุกวี่ทุกวัน!!!!!!!
ผมรีบลุกจากที่นั่ง ตรงไปยังประตูอย่างรวดเร็วแล้วรีบกระชาก กระชากประตูให้เปิดออกก่อนที่คนบุกรุกนั้นจะได้ทันจับลูกบิดประตูบ้านของผม
“อ่าว พี่คาซึกิ อรุณสวัสดิ์ครับ” เด็กหนุ่มตรงหน้ากล่าวทักทายผม เหมือนทุกวันที่มันทำ
ซารุวาตาริ ไคโตะ เพื่อนร่วมห้องของฮิโรกิ ถ้าหมอนี่คิดกะน้องผมแค่เพื่อนร่วมห้องก็ดีนะเซ่!!!
“มาทำไม?”
ผมถามกลับเสียงห้วน ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกอะไรกับท่าทีของผมที่รังเกียจเดียดฉันท์ไม่ต้อนรับเต็มที่ แถมยังยิ้ม อ่า ยิ้ม...ยิ้มหล่อๆ โธ่เอ๊ย!! ผมไม่อยากจะยอมรับเลยอ่ะ ว่าหมอนี่หน้าตาดีเป็นบ้า หล่อ สูง หุ่นนักกีฬาสุดขีด จะหล่อไปไหนฟร่ะ?
“มาหาฮิโรกิครับ....^ ^” น่าน เลย แพร่ พะเยา เอาสิครับ ท่านผู้อ่านดูมันตอบสิครับ ยิ้มตอบหน้าตาเฉย
“วันนี้ฮิโรกิจะไปโรงเรียนกับชั้น อีกตั้งนานกว่าโรงเรียนจะเข้า นายจะไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ตามสวนสาธารณะ จีบสาวฆ่าเวลา หาข้าวเช้ากิน จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาวนเวียนมาทำตัวเป็นสัมภเวสีใกล้ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องมาคอยรับน้องชายของชั้นทุกวัน น้องชั้นมีแขนขาครบสามสิบสองส่วน เดินไปไหนมาไหนเองได้ มันจะเป็นการดีมากถ้านายไม่มารบกวนความสงบสุขของครอบครัว ถ้าไม่เห็นหน้านายซักวันจะดีมาก แต่ถ้าไม่เห็นอีกเลยจะดีที่สุด ไม่อยากรบกวน ไม่มีเวลาเชิญเข้าบ้านด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญไสหัวไปได้แล้ว มาทางไหนก็กลับทางนั้น”
แฮ่ก! ขอแอบเหนื่อยในใจนิดหน่อย ออกซิเจนจะหมดปอด
ใครมีถังเครื่องช่วยหายใจแบบพกพาบ้างครับ ผมจะได้ติดต่อขอซื้อไว้ เพราะเจอไอ่เซเมะหน้าไหนมาใกล้น้องผม ผมด่าไฟแลบ แต่คงความสุภาพแบบนี้ทุกครั้งเลยล่ะครับ ก็ผมโดนเลี้ยงมาอย่างผู้ดีคำไม่สุภาพน่ะพูดไม่เป็นหรอกครับ^o^ แต่การพูดไม่หยุดหายใจเนี่ยบางครั้งทำผมแอบเกือบเป็นลมเพราะหายใจไม่ทัน แต่ผมชินแล้วละ ความสามารถแบบนี้มันไม่ดีนะครับ คุณหนูๆ อย่าเอาไปเลยเลียน (- - )( - -)(- - )( - -) ไม่ดีๆ
โอเค กลับเข้าเรื่อง หึหึ ไงล่ะ ไอ้หนูไคโตะ เจอด่าอย่างสุภาพแบบไร้การพักยก อึ้งไปเลยล่ะสิ ชิ เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกะลูกผู้ชายอย่างนานามิ คาซึกิคนนี้
“ครับ ^ ^ งั้นรบกวนหน่อยนะครับ” O_o!!!!!!!
ท่านผู้อ๊าน!!!! มันด้านอ่า !!!!!! ไอ่เด็กนี่มันด้าน!!!! มันถอดรองเท้าเข้ามาในบ้านผมหน้าตาเฉย แถมยังเดินไปห้องครัวสะเหร่อโผล่หน้าไปให้ฮิโรกิเห็นอีก บ้าเอ๊ย!!!
“อรุณสวัสดิ์ ฮิโรกิ” ยิ้มทักทายน้องชายผมที่นั่งกินข้าวอยู่ ด้วยความที่ผมเลี้ยงน้องมาอย่างดี น้องผมก็ทักทายตอบสิครับ
“อรุณสวัสดิ์ ไคโตะ มาเช้าจัง กินข้าวด้วยกันมั่ย?”
นอกจากกล่าวทักทาย ตามมารยาทแล้วยังชวนกินข้าวอีก อืม เป็นเด็กที่มารยาทดีเนอะ เอ๊ะ!!? อ๊ากก!! ฮิโระจัง !!!! ถึงพี่จะเคยสอนมารยาทไว้ดีแค่ไหน แต่การชวนไอ่เด็กเปรตนี่มันไม่เหมาะนะน้อง มีหรือมันจะปฏิเสธ ไม่มีทางซะล่ะ
“ก็ดีสิ หิวอยู่เหมือนกัน รบกวนหน่อยนะครับพี่คาซึกิ” เห็นมั่ยครับ ตอบรับทันตาเห็น
ไคโตะหันมายิ้มหล่อๆ ให้ผมอีกครั้ง อย่าคิดนะว่าชั้นจะหวั่นไหว ชั้นไม่ใช่พวกเลือดสีม่วงนะเฟร้ย!!!! เอาเถอะถึงผมจะอยากเอาทัพพีจิ้มตาคมๆ ของอีตาไคโตะนี่มากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หรอกครับ ก็ฮิโระอยู่ตรงนี้นี่นา -*- ถ้าผมจะเตะต่อยใคร ผมต้องไปนอกรอบ โดยถือคติไม่ให้ฮิโระเห็นความรุนแรง
“อ่ะ เชิญ”
ผมตักข้าวให้ไอ่เด็กไคโตะอย่างเสียไม่ได้ แล้วกระแทกตัวนั่งอย่างหมดอารมณ์ โธ่....เช้าอันแสนสุขของผม ผมต้องจำใจนั่งกินข้าวสามคน ทำเป็นตักกับข้าวให้ฮิโรกิล่อหน้าล่อตานะแก รอให้ลับตาฮิโระก่อนเถอะแก พ่อจะขอสนองความแค้นหน่อย ผมขอหมายมั่นปั้นหมัดไว้รอเลยล่ะครับ ระวังให้ดีเถ๊อะ>0<!!!!
“คาซึจัง หกโมงสี่สิบห้าแล้วนะ ไม่ไปซ้อมเหรอ?” อยู่ดีๆ ฮิโรกิก็พูดขึ้น ทำให้ผมรีบหันไปมองนาฬิกาข้างฝา โอย ตายละ ต้องรีบไปแล้ว แต่.....
“ฮิโระไม่ไปกับพี่แล้วเหรอ?” ผมหันไปถามเมื่อเห็นฮิโรกิไม่ลุกตามผมมา
“ก็ไคโตะยังกินไม่เสร็จนี่ฮะ เดี๋ยวผมไปโรงเรียนพร้อมกับไคโตะก็ได้”
ห๊ะ?o_O!!!!!!! ให้ผมทิ้งฮิโระไว้กับไอ่เด็กนี่อ่ะเหรอ ไม่มีท๊าง ไม่มีทางๆๆ!!!!!
“รีบไปสิครับ พี่คาซึกิ ปล่อยให้คนอื่นเค้ารอมันไม่ดีนะครับ” ไอ่เด็กไคโตะรีบเสริมทันที “ฮิโรกิอยู่กับผมน่ะ ปลอดภัย หายห่วงครับ...ไม่พาไปนอกลู่นอกทางหรอกคุณพี่” มันยักคิ้วให้ผมอีกอ่ะ
ก็อยู่กะแกน่ะสิน่าห่วง!!! ผมน่ะอยากตอบแบบนี้ออกไปจังเลย T^T โว่ย! เอาไวดีวะ
“เดี๋ยวฮิโระ กับไคโตะขึ้นรถพี่ไปละกัน พี่ไปส่งเอง”
เสียงหล่อๆ ของพี่เท็ตสึกิดังขึ้น เหมือนแสงสว่างส่องมาโปรด โฮ่ๆ มาได้จังหวะจังเลยพี่ที่รัก เจ้าตัวมาในชุดนักศึกษาแพทย์ เท่ห์มากพี่ ถึงรัศมีจะกลบความหล่อของเด็กเวรนี่ไม่หมดก็เหอะ - -”
“งั้นพี่ไปก่อนนะฮิโระ ฝากฮิโระด้วยนะพี่เท็ตสึ”
ผมสั่งลา ไม่วายทิ้งสายตาอาฆาตให้มารหน้าหล่อที่นั่งยิ้มกริ่มบนโต๊ะอาหาร ก่อนรีบวิ่งออกบ้าน เพื่อไปซ้อมตอนเช้า ให้ตายสิ! อยากระบายอารมณ์โว้ย!!!!!!!
ปึ่ก!!
หึหึ เหมือนสวรรค์เห็นใจผมเลยนะครับ เมื่อผมวิ่งออกไปไม่ทันพ้นปากซอย ก็วิ่งไปชนกะคุณพี่ท่าทางนักเลงสองสามคน
“ขอโทษครับ” ผมเป็นฝ่ายขอโทษ อือ การขอโทษไม่ใช่เรื่องที่ยากหรอกครับถ้าทำผิด
“โห น้อง...รีบไปไหนจ๊ะ น้องคนสวย” อ่าว นั่นปากเรอะ?!!!! หรือผีเจาะปากให้พูดเรอะไง? !!!กรุ่ไม่ใช่ผู้หญิงนะเฟ้ย มาเรียกน้องคนสวยทำเตี่ยอารัย?!!!!
“ไปโรงเรียนครับ ^ ^” ผมยิ้มตอบพวกมันอย่างสุภาพ ชักเริ่มคันไม้คันมือคันตีx
“งั้นไปฆ่าเวลากับพวกพี่ก่อนดีมั่ย?ห้าพันพอมั่ยน้อง?” มันถามผมต่อครับ ผมยิ้มหวานให้นึกขอบคุณสวรรค์ที่ส่งพวกมันมาได้จังหวะเด๊ะ
“ดีสิครับ พวกพี่มาได้จังหวะพอดีเลย”
จังหวะที่กรุ่อารมณ์เสียไง ไอ่พวกหน้าลิง กรุ่จะซัดให้เกลี้ยงเลย!!!!!!!!
+55555 และแล้วผมก็ได้ระบายอารมณ์เสียออกจากตัว ทิ้งซากมนุษย์อันสะบักสะบอมไว้ข้างหลัง ก่อนวิ่งรุดหน้าไปยังโรงเรียนอย่างสบายอารมณ์
เราไม่ได้มีความแค้นต่อกันเลยนะคุณพี่นักเลง จะโทษก็โทษไอ่เด็กไคโตะนั่นเถอะที่ทำอารมณ์ผมบูดแต่เช้า ผมก็แค่หาที่ระบายความเครียดออกจากตัว ก็มันไม่ดีต่อสุขภาพจิต ก็ถ้าสุขภาพจิตคนเรามันไม่ดี มันก็จะมีผลกับร่างกาย ใบหน้าที่หน้าตาดีของผมก็อาจจะโทรมได้ ขอบคุณพี่ๆ นะค้าบที่มาช่วยเป็นกระสอบทรายมีชีวิตเดินเข้ามาเป็นที่ระบายและรองรับอารมณ์ให้ -/l\- อโหสินะพี่