YLS Chapter 02 Here is school!
posted on 11 Mar 2010 11:43 by lee-kimแล้วผมก็มาถึงโรงเรียนอย่างแสนสุขใจ โห...ท่านผู้อ่าน ท่านถ้าจะว่างจัดเนอะ ตามมาดูผมถึงที่โรงเรียนเชียว เอาล่ะครับได้เวลาซ้อมแล้ว ขอผมแต่งตัวแปปนึงนะ ไม่ต้องตามมาดูครับ เวลาส่วนบุคคล เอางี้ดีกว่า เพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอผมเตรียมตัว ท่านๆ ลองมาเดากันเล่นๆ ดีกว่ามั่ยครับว่าผมอยู่ชมรมอะไร? เอ้าๆๆ ลองทายกันดูซิครับ ^ ^ หืม อยากให้มีตัวเลือก ได้ครับๆ ไม่ขัด
ข้อ 1 ชมรมยูโด
ข้อ 2 ชมรมเทควันโด
ข้อ 3 ชมรมคาราเต้
ข้อ 4 ชมรมมวย
ข้อ 5 ชมรมเบสบอล
ข้อ 6 ชมรมฟุตบอล
และ ข้อ 7 ชมรมบาสเก็ตบอล คร้าบ!!!!!!
ท่านว่าข้อไหนครับ เลือกกันมาเลยครับ ถ้าคิดว่าน่าจะใช่ก็เก็บคำตอบไว้ในใจ แล้วมาหาคำตอบตอนผมซ้อมดีกว่า นั่นไง! เพื่อนๆ มากันแล้ว ตามมาดูเลยครับ อยากจะรู้จังว่าท่านจะทายถูกกันรึเปล่า หึหึ
ฟิ้วววววว..............
วืด!........
ฟิ้ววววว………….
วืด!.........
โว่ยย!!! อะไรกันเนี่ย?!? ตอนนี้ผมชักอารมณ์ไม่ดีแล้วนะ เอ๋? อ๋อ? ตามดูมากันแล้วหรือครับท่านผู้อ่าน แต่อย่าเพิ่งถามอะไรมากนะครับ กรุณาชมอย่างสุภาพ เพราะตอนนี้ผมกำลังใช้สมาธิอย่างสูง ผมว่าท่านๆ ไปยืนไกลๆ กันหน่อยเถอะครับเดี๋ยวจะโดนลูกหลง เอาละ หนึ่ง สอง ไปเลย!!!!!
ฟิ้วววววว........
วืด!.......
“สไตร์ก!!!!”
ผมจำได้ว่านั่นเป็นลูกที่ 38 ของวันนี้ที่ผมขว้าง และยังไม่มีใครตีโดน
ฟิ้วววววว.......
วืด!......
“สไตร์ก!!!!!!”
และนี่เป็นลูกที่ 39 ที่ผมขว้าง แล้วก็ยังตีไม่โดนกัน ตัวจริงของทีมทุกคนตีไม่ได้แม้แต่คนเดียว มันทำเอาเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของผมขาดลง กร๊าซซซซซ!!!! เฮ้ย!? O_o!!! ไม่ใช่ๆ
“โว่ยยย!!!! พวกนายเป็นอะไรกัน?!? ลูกแค่นี้ทำไมตีไม่ได้!!!”
หงุดหงิดครับ หงุดหงิด โอ๊ยย!!!จะไม่ให้ผมหงุดหงิดได้ยังไงล่ะครับ ผมเป็นคนขว้างลูก มันใช่ว่าไม่เหนื่อยนะครับ ตอนนี้ข้อมือผมเริ่มเจ็บแปลบๆ แล้วล่ะ
“เอ่อ...นานามิคุง”
รุ่นพี่กัปตันที่รูปร่างสูงถึกราวกับหมีในป่าใหญ่เรียกผม หน้าตาท่านก็ออกแนวไปทางหมียักษ์ แถมยังจะชื่อของท่านที่เข้ากับใบหน้าเสียนิกระไร นั่นก็คือ มุราอิ คุมะ เห็นด้วยกะผมมั่ยค้าบ?
“ครับ กัปตัน” ด้วยความที่ผมเป็นคนสุภาพเมื่อกัปตันเข้ามาระงับการวีน ผมก็ต้องลดดีกรีลงครับ เห็นม่ะ ผมให้ความเคารพผู้ใหญ่แค่ไหน
“คือ.....ลูกที่เธอขว้างน่ะ มันเร็วเกินไป ถ้ายังไงช่วย.....”
“ไม่ครับ” ผมสวนอย่างรวดเร็ว เล่นเอากัปตันหน้าเหวอไปนิดนึง รู้บ้างมั่ยครับว่าทุกลูกที่ผมขว้างไปน่ะ ผมตั้งใจมากแค่ไหน ผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริงจังนะครับ
“ถ้าลูกของผมยังตีกันไม่ได้ แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับทีมอื่นล่ะครับ เป้าหมายของพวกเราคืออะไร ไม่ใช่ไปโคชิเอ็งรึไงครับ? อย่าลืมสิครับว่าที่ที่ตรงนั้นน่ะ มีแต่คนที่เรียกว่าสุดยอดนักเบสบอลระดับมัธยมปลาย ถ้ายังมัวเหยาะแหยะไม่จริงจังกันอยู่แบบนี้เมื่อไหร่กันล่ะครับ เมื่อไหร่ที่พวกเราจะได้ไปยืนอยู่ตรงสนามนั่นด้วยกัน”
เงียบ....เงียบกันทั้งชมรม เอ่อ ผมคงพูดมากไปหน่อยล่ะสิ
“เอ่อ แต่ถ้าทุกคนต้องการอย่างนั้น ชั้นก็จะลดความเร็วลูกก็ได้นะ” ก็ผมถือคติประชาธิปไตยยึดเสียงส่วนใหญ่เป็นหลักครับ แม้มันอาจจะขัดใจนิดหน่อยก็เหอะ
“ไม่ต้องหรอกครับคาซึกิซัง ขว้างให้เหมือนเดิมน่ะแหละดีแล้วครับ ผมมันไม่ได้เรื่องเอง แต่คราวหน้าผมจะพยายามตีให้โดนครับ”
หืม นี่ผมไม่ได้หูฝาดใช่ป่ะ? ผมเงยหน้าไปมองต้นเสียง เห็น ทาคาฮิสะ โทคิยะ เด็กปีหนึ่งซึ่งเป็นตัวจริงเพียงคนเดียวในทีมยืนยิ้มให้ โอวว น้อง นายนี่ใจเด็ดไปเลย
“นั่นสิ นายขว้างมาให้เร็วกว่าเดิมเลยก็ได้ชั้นจะตีลูกที่นายขว้างให้ดู”
โนโซมุ มิซึกิ ตัวจริงปีสองชั้นเดียวกะผม ทุกทีเห็นหมอนี่ชอบยืนเก็ก ไม่นึกว่าจริงๆ แล้วนายก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย
“เอ่อใช่ๆถึงตอนนี้ชั้นจะตีไม่โดน แต่ซักวันมันต้องตีได้ล่ะน่า”
อันนี้เสียงเจ้าเพื่อนสนิทผมเองครับ โมโตมิยะ เรอิ เป็นหนึ่งในบรรดาตัวจริงของชมรมเบสบอล จากนั้นก็มีเสียงสนับสนุนอีกมากมาย โห ผมซึ้งเลยล่ะครับ แม้แต่กัปตันหมีแกก็ร่วมด้วยนะ
“อืม ถึงลูกที่เธอขว้างมันจะเจ็บมือไปหน่อย แต่ขว้างเต็มแรงน่ะดีแล้ว”
เห็นมั่ยๆ แบบนี้จะไม่ให้ผมเป็นปลื้มได้ไงล่ะครับ TTvTT
“ทุกคน.....” หว๋า เสียงผมสั่นซะแล้ว เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอเลยครับ “ไป....ไปโคชิเอ็งด้วยกันนะ!!!”
“ไปโคชิเอ็งด้วยกัน!!!!! FIGHTO!!!!!!!”
เหล่าตัวจริงพร้อมใจกันประสานเสียง อย่างงี้ค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย จะได้ไม่มีข้าวของที่ต้องถูกทำลายเพราะเส้นความอดทนของผมขาดระลอกสอง +55
ชู่ว์... ถ้าจะตามมาก็เบาๆ สิครับ โอเคครับ ดีมาก งั้นมาครับ ตามเข้ามาในห้องแต่งตัวของชมรม เอ่อ เช็ดน้ำลายของท่านด้วยนะครับ เข้าใจครับ เข้าใจว่าท่านๆ กำลังตาลุกวาว เพราะหนุ่มๆ ที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่นี่ อ้อ แล้วท่านผู้อ่านอย่าเที่ยวไปแต๊ะอั๋งเหล่าเพื่อนผมล่ะ เดี๋ยวพวกเค้าเสียหนุ่มแย่ หึหึ
“คาซึกิ เอาข้อมือมานี่ดิ๊”
เรอิเจ้าเพื่อนซี้เข้ามาคว้าข้อมือผมไปดูหลังจากพวกเราเปลี่ยนชุดกันเสร็จเรียบร้อย พลิกไปพลิกมาอยู่นั่นแหละ โธ่ ผมไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย ก็แค่มีรอยช้ำที่ตรงข้อมือเท่านั้นเอง เท่านั้นเองจริงๆ แต่พอเจ้าเรอิเห็นนี่สิ มันกดมือถึกๆ ของมันลงบนรอยช้ำนั่นซะแรงเลยล่ะค้าบ อ๊ากก!!! ไอ่เพื่อนแรงคชสาร
“โอ๊ย!! อ...ไอ่บ้า เจ็บนะเฟ้ย!!!”
โวยวายครับ ผมโวยวายทันทีพร้อมกับสะบัดมือใหญ่ๆ ของมันทิ้ง กดมาได้ เจ็บโว๊ย คนนะไม่ใช่ปูนซีเมนต์
“นายดิบ้า คาซึกิ ข้อมือช้ำขนาดนี้แล้วยังขว้างลูกเต็มแรงอีก”
บ่นครับ บ่นได้ทั้งปี เรอิล้วงกระเป๋านักเรียนแล้วหยิบเอาผ้ารัดข้อมือขึ้นมา โห หมอนี่มันเตรียมพร้อมจริงๆ แล้วก็คว้าข้อมือผมไปอีกครั้งพร้อมกับบรรจงพันให้ อืม มือเบาใช้ได้เพื่อน ^o^
“เสร็จแล้ว เอ้า! หัดดูแลตัวเองมั่งสิ โดยเฉพาะข้อมือนายน่ะ เป็นพิชเชอร์นะข้อมือเจ็บก็จบ”
“คร้าบ ทราบแล้วครับ ท่านเพื่อนบังเกิดเกล้า ว่าแต่จะไปกันยัง รู้สึกขนลุกแปลกๆ อีกแล้วหว่ะ”
ครับ ทุกทีที่ผมเปลี่ยนชุดที่ห้องชมรมทีไร ผมจะรู้สึกขนลุกแปลกทุกที ผมก็ไม่รู้ทำไมนะ แถมยังรู้สึกเหมือนถูกจดๆ จ้องๆ แต่พอหันไปก็ไม่เห็นมีใครมอง หรือว่า !!!! ผมโดนผีที่สิงอยู่ในห้องชมรมอาฆามแค้น!!!! ไม่นะๆๆ ไม่ใช่หรอก ท่านๆ มีความเห็นว่าไงบ้างล่ะครับ
“เอ่อๆ ไปก็ไปสิ” ดีมากเพื่อนรัก!!!! หึหึ ไม่เคยขัดผมซักครั้งเลยล่ะครับเรอิเนี่ย
แล้วผมกะเรอิก็ออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อของชมรม เฮ้อ-0-!! ความอึดอัด และอาการขนลุกหายไปเลยล่ะครับ ค่อยยังชั่วหน่อย
ผมว่าทุกท่านคงแปลกใจล่ะสิ ว่าชมรมที่ผมอยู่คือ ชมรมเบสบอล ใครทายถูกมั่งครับ? พวกท่านหลายๆคนคงคิดว่าผมน่าจะอยู่ชมรมศิลปะการต่อสู้อย่างเทควันโด ยูโด คาราเต้ มวย อะไรเถือกนั้นอยู่ใช่มั่ยล่ะ ก็แหม.....ถึงผมจะเล่นเป็นนิดๆหน่อยๆ ผมก็แค่เคยสอบเทควันโด สายดำดั้ง 5 ยูโดสายดำดั้ง 7 เท่านั้นเองหลังจากนั้นผมก็ขี้เกียจไปสอบแล้วล่ะ ผมก็แค่เล่นให้เป็นเพื่อไว้ใช้ปกป้องฮิโรกิน้องรักไง เพราะน้องแกใจอ่อน ไม่กล้าเตะต่อย ดังนั้นหน้าที่ลุยเลยต้องเป็นของคนที่มาดแมนอย่างผม วะฮ่าๆๆๆๆ
เอ๋? สะกิดผมทำไมครับ? อ่อ อยากทำความรู้จักเพื่อนสนิทผมเหรอ? โห ท่านผู้อ่าน เห็นผู้ชายหน้าตาดีไม่ได้เชียวนะครับ โอเคๆ งั้นผมแนะนำเพื่อนสนิทผมใหม่
หมอนี่ชื่อ โมโตมิยะ เรอิ ครับ สำหรับลักษณะภายนอก อือ สูงประมาณ 170 ปลายๆ ใกล้ 180 สูงกว่าผมนิดหน่อยน่ะ ก็ส่วนสูงผมมันแค่ 171 ซม.พยายามแล้วนะครับ มันก็สูงได้แค่เนี้ย เหอๆ นอกเรื่อง ต่อๆ จะว่าหมอนี่หน้าตาดีมั่ย? ก็แค่ทุกวันที่จดหมายรักส่งให้มันวันละไม่ต่ำกว่า 30 ฉบับ ไม่นับขนมที่ส่งมาให้ทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น แล้วก็มีการตั้งแฟนคลับให้มันด้วย เท่านี้ทุกท่านคิดว่าหมอนี่หล่อพอรึยัง?
ผมว่าหน้าตาของเรอิมันก็ดูดีใช้ได้ แต่ผมว่าผมน่ะออกจะหน้าตาดีกว่าด้วยซ้ำไป แต่ผมก็รู้สึกยินดีนะครับที่ไม่มีใครตั้งแฟนคลับให้ผมในโรงเรียนนี้ ถ้ามีผมคงร้องไห้เลยล่ะ ก็โรงเรียนนี้มันโรงเรียนชายล้วนนี่ครับ^ ^ เห็นป่ะๆ แสดงว่าผมน่ะไม่ใช่พวกชาวสีม่วงอะไรนั่น เป็นผู้ชายปกติดีๆ นี่เองล่ะพวกเค้าถึงไม่สนใจผมไง ใช่ป่ะๆ?
“วันนี้ฮิโรกิไม่มาดูนายซ้อมด้วยเหรอ?”
ฉึ่ก!!! โอ๊ก! ช่างเป็นคำถามที่ทิ่มแทงราวลูกธนูวิ่งมาปักอกอย่างแม่นยำ
“ทุกทีเวลาซ้อมเช้าทีไร เห็นมาเกาะขอบสนามทุกครั้งไม่ใช่เรอะ?”
ฉึ่ก!!! ลูกธนูลูกสองวิ่งมาปักอกอีกครั้ง ตอนนี้ผมชักรู้สึกว่าอารมณ์บูดของผมที่อุตส่าห์ระบายลงกับคุณพี่นักเลงเมื่อเช้ามันเริ่มกลับมาอีกครั้ง
“อ๊ากก!!! นายพูดเรื่องนี้ทำไมฟ่ะเรอิ!!!!???”
ผงะครับ เรอิถึงกับผงะเมื่อเห็นผมกำลังจะกลายร่างเป็นก็อตซิล่าที่พร้อมตะลุยทำลายเมือง เรอิเลยชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามอย่างให้ได้ยินกันสองคนว่า
“อยู่กับไคโตะเหรอ?”
ตูม!!!!!!!!!
เสียงปะทะจากกำปั้นแสนบอบบางของผมกับกำแพงเฉียดหัวของเรอิไปนิดนึง เฮ้อ ค่อยยังชั่วครับ ดีนะที่เจ้าเรอิหลบทัน ไม่งั้นอาจมีชะตากรรมเดียวกับกำแพงที่ตอนนี้เป็นรอยยุบขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางแค่ราวๆ 40 ซม.เท่านั้นเอง เดี๋ยวผมกลับไปบอกพ่อให้มาจ่ายค่าซ่อมแซมทีหลัง ก็ผมเป็นคนมีความรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง ก็ผมแค่อยากระบายความเครียดน่ะ เหอๆ ไม่รู้ว่าเรอิอยู่ตรงนั้น โทษทีเพื่อน
“เอ่อ อยู่กะไอ่เด็กเปรตนั่น รู้มั่ยเรอิ ไอ่เด็กนั่นน่ะ มาหาฮิโระที่บ้านแต่เช้าเลย สงสัยอยากงาบน้องชั้นเต็มแก่ล่ะมั้งนั่น ”
พูดไม่ทันขาดคำครับ ลูกกะตาผมก็เหลือบไปเห็น....เหลือบไปเห็นฮิโรกิอยู่กับเด็กผู้ชายตัวโค่ง ผมมองดีๆ หมอนั่นไม่ใช่ไอ่เด็กไคโตะนะ เฮ้ย!!!? เวรๆๆๆ เวรแล้วไงท่านผู้อ่าน นั่นมันห้องเก็บของไม่ใช่เรอะ=[]=!!!! ฮิโรกิไปทำอะไรในนั้นน้อง!!!!! ว๊ากก!!! >[]<!!! ไอ่เด็กบ้า!!! แกจะทำอะไรน้องช๊าน!!!
ไม่รอช้าเลยครับ สมองส่วนหน้าสั่งการให้ผมวิ่งออกไปยังฝั่งตรงข้ามของตึกทันที ทิ้งให้เรอิยืนเหวอ ก่อนวิ่งตามผมมาอย่างงงๆ ให้ตายสิฟ่ะ!! รู้งี้น่าจะให้ฮิโรกิมาอยู่ซ้อมเช้าด้วยก็ดีหรอก ผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีในการเดินทางมาถึงหน้าประตูห้องเก็บของ ไม่ต้องพูดพร่ำทำมิวสิคกันล่ะครับ เท้าผมบรรจงถีบประตูนั่นอย่างแรงเป็นการเปิดทาง ดีนะครับที่มันเป็นประตูไม้มันก็เลยเปิดออกอย่างง่ายดาย พร้อมกับภาพที่ทำผมแทบช็อค = []=”!!!!!
ภาพฮิโรกี้น้องผมกำลัง กำลังโดนกดติดอยู่กับกำแพงโดยไอ่เจ้าผู้ชายที่ผมเห็นเมื่อตะกี้ ฟิวส์ผมขาดทันทีครับ!!!!! อ๊ากกก!!!! แกๆๆๆๆ!!!!! อย่าอยู่บนโลกนี้อีกเลย!!!!!
สองเท้าผมก้าวไปประชิดตัวทั้งคู่ แยกฮิโรกิออกจากไอ่ตัวหื่นกามนี่ แล้วโยนฮิโรกิที่ดูเอ๋อๆ ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่ากำลังจะถูกปล้ำออกไปนอกห้องที่มีเรอิคอยรอรับอยู่ ก่อนหันมาคนที่เป็นคนทำให้ปรอทความคันมือและเท้าของผมถึงขีดสุด ผมตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อมันแล้วยิ้มให้อย่างสุภาพ สุภาพจริงๆ นะ
“อยากจัดเหรอไอ่น้อง?.....มาลองกับพี่มั่ย? ”
“เอ่อ....ก็ดีสิครับ..^////^’”
หึหึ ก็ดีใช่มั่ย?....พูดมาไม่อายปาก ได้ ได้ตามต้องการเลย ไอ่เด็กหื่นกาม!!!!!!
“ลองไปทัวร์นรกน่ะนะ เหมาะกะแกดี ไอ่เด็กนรก!!!!!”
โครม!!!! ตูม!!!! พลั่ก!!!! เปรี้ยง!!!!!
ฟังจากเสียงแล้วท่านๆ ยังคิดว่าผู้โชคดีคนนี้ยังมีสภาพความเป็นคนอยู่รึเปล่าครับ? ผมไม่ได้ทำอะไรเลยน๊า แค่ใช้มือกะเท้านิดหน่อยเอง สงสัยว่าเส้นเลือดของหมอนี่จะเปราะบางล่ะมั้งครับ หรือไม่ก็คงเป็นโรคลักปิดลักเปิดแน่ๆ ไม่ยอมกินพวกวิตามินซี เลือดถึงไหลออกมาจากปากกับจมูกไม่หยุด แล้วผมว่านะหมอนี่ก็ถ้าจะไม่ค่อยกินนมเสริมแคลเซียมเท่าไหร่ ก็ดูสิครับ ฟันหลุดมาตั้งหลายซี่แน่ะ เป็นเด็กไม่ดีเลยว่ามั่ยล่ะครับท่านผู้อ่าน เราต้องกินนมบำรุงกระดูกและฟันไม่งั้นอาจจะฟันผุและกระดูกเปราะอย่างน้องคนนี้ ได้
“คาซึจัง คาซึจัง” ฮิโรกิโผเข้ากอดผมทันทีที่ผมเดินออกมาจากห้องลงทัณฑ์ น่ารักจังเยยน้องชั้น โอ๋ๆๆๆ ไม่ต้องกลัวไปน๊า พี่ชายคนนี้อยู่นี่แล้ว^o^! ไม่มีใครมาทำอะไรฮิโระของพี่ได้หรอก สัญญาๆ
“โอ๋.....ฮิโระยังไม่ถูกหมอนี่ทำอะไรใช่ป่ะ?”
ฮิโรกิส่ายหน้าแรงๆ เป็นคำตอบ
“ไม่ฮะ คาซึจังมาทันพอดี แล้ว.....มาซาฮิโระคุงเป็นไงบ้างฮะ?”
บอกแล้วน้องผมเป็นคนดี ขนาดจะโดนปล้ำอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถามความปลอดภัยของคนที่ประทุษร้ายตัวเองได้อยู่ อืม (- -)(_ _)(- -)ประเสริฐจริงๆ น้องพี่
“ไม่เปนไรหรอก เดี๋ยวก็คงฟื้นเอง^ ^ ” ฟื้นอีกทีก็คงตอนบ่ายล่ะมั้ง +55 หรือว่าตอนเย็นก็ไม่รู้ โดนเข้าไปขนาดนั้น ก็สาสมกับโทษฐานพยายามข่มขืนน้องชายสุดหวงของกระผม
“ไม่ต้องพาไปห้องพยาบาลเหรอฮะ?” ฮิโรกิยังคงความเป็นนางฟ้าแสนดี คงเส้นคงวา แต่มันดีเกินไปแล้วนะฮิโระจัง - -’ ผมคงสอนน้องมาดีเกินไปจริงๆ ชักรู้สึกผิดแฮะ
“ไม่ต้องๆ พี่ยั้งมือไว้แล้ว สบายใจน่า ไปกันเถอะ” ว่าแล้วผมก็เดินโอบฮิโรกิให้เดินไปด้วยกันกับผม เฮ้อ แย่จริงๆ ประเดิมเช้าวันใหม่ก็มาเจอเด็กหื่นกามนั่นซะแล้ว เอ แล้วไอ้หนูไคโตะหายไปไหนเนี่ย? ทำไมไม่มาอยู่ฮิโรกิล่ะ? เย้ย!!!~! นี่ผมคิดอะไรของผมอ่ะ ผมไปนึกถึงไอ่เด็กเปรต หน้าด้านคนนั้นทำไม หยึย ขนลุกๆ ก็ดีแล้วนี่นาที่ไอ่เด็กหน้าปูนซีเมนต์นั่นไม่อยู่กะฮิโรกิ เราอย่าไปพูดถึงเลยครับเดี๋ยวจ๊ะเอ๋ขึ้นมาจะแย่เอา
“เฮ้!! ฮิโรกิ” อ๊ากก!!! ไอ่เด็กนี่มันเป็นตัวอะไรฟร่ะ!!! นึกถึงหน่อยเดียวก็โผล่มาซะแล้ว ยังไม่ได้จุดธูปเรียกเลย เสนอหน้ามาทำหล่ออะไร!!!!
“ไคโตะ!!!!” อ๋า! ฮิโรกิทำไมไปมองมันตาใสอย่างงั้นล่ะ เฮ้ยๆๆๆๆ เดินเข้าไปหามันทำไม แว๊ก!! แล้วแกเจือกอ้าแขนรอรับน้องกรุ่ทำซากอะไร๊??!!!!!! ฮิโรกิ๊!!! ไอ่เด็กไคโตะมันจะกอดน้องอยู่แล้วน๊าาาาไม่ได้ๆๆ ไม่ยอมเด็ดขาด
หมับ!! TT_TT
เฮ้อ ชีวิต คนหน้าตาดีมาดแมนอย่างผมกะลังถูกเด็กหนุ่มสูงถึกหน้าตาคมคายหล่อเหลากอด อ๊ากกๆๆ!!!ตอนนี้ผมกะลังอยู่ในอ้อมกอดของไอ่เด็กไคโตะ!!!!! โอ๊ย!!! ปล่อยสิวะไอ้เด็กนี่ เอ่อ ท่านผู้อ่านสงสัยเหรอครับว่าทำไมผมไปอยู่ในอ้อมแขนล่ำๆ ของไอ่เด็กเวรนี่ได้ ก็โธ่ๆๆๆ ท่านๆ ไม่เห็นเหรอครับ? เมื่อกี้น่ะ ฮิโรกิหลวมตัวเดินเข้าไปในอ้อมแขนที่หมอนั่นกางไว้รอ ผมก็เลยต้องรีบเหวี่ยง เอ่อ ไม่ใช่สิ กีดกัน ไม่ถูกๆ เอาเป็นว่าผมคว้าตัวฮิโรกิออกจากรัศมีอันตราย แล้วสละตัวเองเข้ามาในอ้อมแขนของไอ่เด็กเวรคนนี้ พอผมเข้ามาเท่านั้นล่ะครับกอดหมัดเลย แต่เสียใจ ผิดตัวเฟร้ย!!! +55 ฮิโรกิน่ะปลอดภัยอยู่กะเรอิแล้ว แต่ว่า.....แต่ว่า หมอนี่ไม่ยอมปล่อยผมซักทีอ่ะ กอดแน่นอิ๊บอ๋าย
“ปล่อยซีวะ จะกอดอีกนานแค่ไหน? ไม่ใช่ตุ๊กตายัดนุ่นนะเฟ้ย!!!”
ผมพยายามจะผลักไอ่เด็กนี่ออกไป แต่ตัวมันถึกมากอ่ะ ประสาอะไรกับคนปกติแบบผม ไม่ครับ ผมไม่ได้บอบบาง ผมเป็นผู้ชายที่มีรูปร่างปกติทั่วไป แต่หมอนี่มันหุ่นแมนเกินไปตะหาก
“ผมไม่ได้กอดนะครับ ก็พี่คาซึกิจะล้มนี่นา ผมเลยต้องประคองไว้”
ประคองบ้าน—แกสิ!!!=[]=!!!!! ไอ่อาการที่ใช้มือสองข้างโอบรัดฝ่ายตรงข้ามไว้แน่นหนา ลำตัวแนบชิดกันขนาดนี้ เค้าไม่เรียกประคองแล้วโว้ยย!!! มันเรียกว่า กอด กอดน่ะ กอด เข้าใจมั๊ย ไอ่ควาX ท่านผู้อ่านเห็นความหน้าด้าน หน้าทนของมันแล้วใช่มั่ยครับ? โอ๊ยย!! แล้วแบบนี้ผมจะออกจากอ้อมกอดปลิงทะเลของมันได้มั่ยเนี่ย?!!!! TT^TT
อ๊ะ! เรอิเดินเข้ามาหาไอ่เด็กไคโตะที่กำลังกอดผมอยู่ แล้วก็....ดึงตัวผมออกจากอ้อมกอดปลาหมึกเรียกเทพได้สำเร็จ ว้าวว ยอดไปเลยเพื่อน!!! แถมยังเอาตัวบังผมไว้อีกตะหาก แต่.....ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามีไอเย็นแผ่มาจากเรอิเต็มเลยล่ะ ขนลุกจัง
“คาซึจัง คาซึจังจะเป็นลมเหรอ? ไม่เป็นไรใช่มั่ย? ดีนะที่ไคโตะรับไว้ทัน”
=_=” (...........)
เป็นไงครับ ไม่ต้องมีคำบรรยาใดๆเลยใช่ม่ะ สำหรับความใสซื่อของน้องผม ไอ่ภาพที่ผมเข้าไปในอ้อมกอดของไคโตะในสายตาของฮิโรกิคือผมจะล้มลงไป แล้วเจ้าไคโตะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย อือ ผมชักสงสัยล่ะสิว่า ในพจนานุกรมของฮิโรกิน่ะมีคำว่ามองโลกในแง่ร้ายอยู่เหมือนกะคนทั่วไปเขารึเปล่า
“คาซึกิ ไปกันเถอะ ชั่วโมงเรียนจะเริ่มแล้วนะ”
เอ่อ...ผมรู้สึกว่าเสียงเรอิแปลกๆ นะ แถมลูกกะตาคมๆ ก็จ้องไปที่ไอ้หนูไคโตะไม่วางตา กำลังช่วยผมส่งแรงอาฆาตอยู่ล่ะมั้ง >o<!!! ดีมากๆ ช่วยกันๆ
“เราก็ไปกันมั่งเหอะ ฮิโรกิ เดี๋ยวเข้าห้องสาย”
ไคโตะชวนฮิโรกิไปมั่ง อือ รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้างก็ดี
“อะ อืม ไปนะคาซึจัง ขอตัวนะครับรุ่นพี่โมโตมิยะ”
ฮิโรกิโค้งงามๆ ให้ผมกะเรอิ เห็นม่ะๆ เด็กมารยาทดี เพราะมีพี่ที่ดี ผิดกับไอ่เด็กไคโตะที่จ้องตากับเรอิตาไม่กระพริบ ขณะที่เดินสวนกันนั้นเอง ผมเห็นไอ้หนูไคโตะกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของเรอิ เอ....กระซิบอะไรอ่ะผมไม่ได้ยิน แต่เห็นเรอิเบิกตากว้างเลย แล้วเจ้าหนูไคโตะก็ยิ้มหล่อๆ + กวนๆ ด้วยหลังพูดจบ เรื่องอะไรๆๆๆ อยากรู้ๆ
ลับหลังสองคนนั่นผมก็รีบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที แต่เรอิก็เงียบๆ นะเหมือนไม่อยากพูด ผมต้องใช้ทั้งปาก ทั้งมือ ทั้งเท้าข่มขู่ แต่เรอิดูไม่ค่อยจะกลัวเท่าไหร่เล้ย
“อยากรู้เหรอคาซึกิ?” ในที่สุดเรอิก็พูดออกมาหลังจากผมเซ้าซี้อยู่นาน
“ก็เอ่อสิ ว่าไงล่ะ ชั้นเป็นเพื่อนนายนะ แค่นี้ทำมีความลับ โด่...”
“เข้าใจแล้วๆ บอกก็ได้” เรอิยกมือยอมแพ้ในที่สุด บอกแล้ว เพื่อนผมคนนี้ไม่เคยขัดใจผมเลย
“ไคโตะบอกว่า....” เรอิหยุดพูดลองเชิงผมอ่ะ ผมเลยทำหน้ามุ่ยส่งกลับให้ เรอิแอบขำนิดนึงด้วย เชอะ แกล้งกันนะ จำไว้ เรอิ
“เฮ้ย ไม่ต้องทำแก้มป่องเลย จะบอกแล้วเนี่ย จะฟังป่ะ?”
“ก็รีบพูดเด่ะ”
ชิ ทำเป็นลีลา ลีลามาก เดี๋ยวก็ได้ยัดรองเท้าเข้าปากเป็นรางวัลหรอก เห็นด้วยมั่ยคร้าบท่านผู้อ่าน >o<!!!
“ไคโตะบอกว่า ‘อย่าให้คลาดสายตานะครับ รุ่นพี่โมโตมิยะ’ ”
-*- ?????? นั่นมันหมายความว่าไงอ่ะ อะไรคลาดสายตา ทำไมต้องอย่าคลาดสายตาล่ะ ผมงงจัง แต่ดูเหมือนเรอิจะมองออกด้วยนะว่าผมไม่เข้าใจกับประโยคที่เรอิบอก
“หมายความว่าไงเรอิ?” ผมถามเสียงห้วน เอ..หรือเรอิแกล้งผมเนี่ย?
“นั่นสินะหมายความว่ายังไง.....”
เรอิตอบผมแค่นั้นล่ะครับ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้ผมคิดอยู่คนเดียว โหย แต่ผมไม่เห็นจำเป็นต้องสนใจเลยนี่นา ไม่รู้ก็ไม่รู้ ไม่ง้อก็ได้ ท่านผู้อ่านพอจะทราบมั่ยครับว่ามันหมายความว่ายังไง? ถ้าใครรู้ช่วยบอกผมด้วยน๊า^ ^
edit @ 11 Mar 2010 11:55:46 by คิมหันต์